หลังจากที่มีการประกาศผลคะแนนสอบ GAT – PAT ออกมาแล้ว น้องหลายคนเริ่มคำนวนถึงโอกาสของตัวเองที่จะสอบติดคณะที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นระบบแอดมิชชั่น หรือแม้กระทั่งการสอบตรง

ซึ่งพี่เป็นแนวทางที่ดีและมีประโยชน์ต่อน้องอย่างมาก GAT-PAT 50% + GPAX 20% = 70% ทำให้สถานะทางแอดมิชชั่นดำเนินมาเกินครึ่งทางแล้ว จึงไม่แปลถ้าน้องจะเริ่มพยากรณ์จากสิ่งที่มีอยู่ แต่ถ้าถามว่า “หนูจะมีโอกาสแอดมิชชั่นติดแค่ไหน” นั้น พี่วีวี่คงตอบไม่ได้ … แต่มีหลักการที่น่าสนใจมาฝากแทนแล้วกันค่ะ

  1. หาข้อมูลซึ่งเป็นช่วงคะแนนเพื่อรู้ว่าเราอยู่กลุ่มไหน … เช่น ช่วงคะแนน 270.01-300 มี 600 คน240.01-270 มี 5,000 คน ช่วงคะแนน 210.01-240 มี 15,000 คน ไล่ลงไปเรื่อยๆ … ตรงนี้ประเมินง่ายๆเลยว่ายิ่งเราอยู่ในกลุ่มที่สูงก็เท่ากับเราถือโอกาสที่เหนือกว่าคนอื่นๆมากขึ้น
  1. ตรวจสอบคะแนนเก่าของคณะเป้าหมาย … พยายามหาข้อมูลแอดมิชชั่นเก่าๆว่าคะแนนสูงสุดและต่ำที่สุด ของคณะเหล่านั้นเป็นอย่างไร … ถ้าหากเรามีคะแนนที่อยู่ตั้งแต่ระดับกลางๆถึงระดับท็อปก็จะมีโอกาสสูง แต่ถ้าหากปริ่มๆแตะๆแค่คะแนนต่ำสุด ก็อาจต้องทำใจเผื่อไว้เช่นกัน
  1. เทียบแนวโน้มของคะแนนภาพรวม … หาข้อมูลที่มีการสรุปว่าคะแนนการสอบแอดมิชชั่นในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพราะถ้าคะแนนเฟ้อ แปลว่าคู่แข่งเราก็ต้องสูงตาม ถูกต้องมั้ย?เช่น คณะวิทยาศาสตร์ในปีที่แล้วคะแนนต่ำสุด 16,000 แต่เพราะความเฟ้ออาจทำให้ปีนี้ฐานต่ำสุดอาจขยับไปที่ 17,000 – 18,000 คะแนน
  1. เช็คจำนวนที่รับและเงื่อนไขต่างๆ …. จำนวนที่รับก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญ โดยมองในแง่อัตราส่วนสมมติว่าคณะมีการเปิดรับนักศึกษา 40 จากยอดการยื่น 1,000 คน กับรับ 25 จาก 1,000 คน เท่ากันนั่นเท่ากับน้องมีโอกาส 1 ใน 25 หรือ 4 % และ 1 ใน 40 หรือ 2.5 %

การพยากรณ์ทั้งหมดเพื่อทราบโอกาส และทำให้น้องรู้ว่าชีวิตยังต้องการคะแนนจาก  O-NET อีกเท่าไหร่ ถ้าขาดเยอะก็ยังมีโอกาส แต่ถ้าขาดไม่มากก็ทำให้คะแนนรวมพุ่งแบบติดลมบนไปเลยค่ะ ^^  น้องสามารถตรวจสอบช่วงคะแนน GAT-PAT รอบที่ 1 ได้ที่ http://goo.gl/rAhVZE