น้องหลายคนเมื่อถึงเวลาเลื่อนระดับชั้นเรียนสู่ ม.1 หรือก้าวขึ้นมาเรียนในระดับชั้น ม.4 มักจะเริ่มมองหาโรงเรียนกวดวิชาเพื่อหวังเพิ่มความรู้ให้กับตัวเอง และในยุคนี้สถาบันกวดวิชาก็มีมากมายก่ายกอง

ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป  สิ่งที่เราเห็นตามสื่อหรือได้ยินมาคือการหา “โรงเรียนกวดวิชา” ยอดฮิต หรือ ที่ได้รับความนิยมที่สุด แล้วรู้ไหมว่าภาพโดยรวมของสัมคมเขาใช้อะไรเป็นเครื่องมือในการวัด มาดูกันเลย

  1. เทคนิคการสอนที่โดนใจคำว่าสอนโดนใจมีหลายด้านทั้ง สอนเข้าใจ รู้เรื่อง ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายด้วยเทคนิคต่างๆ พี่ติวเตอร์มีความสามารถในการสร้างบรรยากาศการสอนที่สนุกเข้าใจน้องๆเพราะเป้าหมายสำคัญที่น้องเรียนกวดวิชา ก็เพื่อตามหาแนวทางการเรียนที่ถูกใจและได้ประโยชน์ นั่นเอง
  1. ความชัดเจนของเนื้อหาคู่มือการเรียนที่มีเนื้อหาชัดเจน อธิบายสั้นๆแต่สามารถเข้าใจได้ง่ายรวมถึงเนื้อหาในการสอนที่กระชับและทันใจ ที่สำคัญคือต้องตรงหรือใกล้เคียงกับข้อสอบที่เราจะต้องทำทั้งการสอบเก็บคะแนน สอบกลางภาค-ปลายภาค หรือ สอบแอดมิชชั่น เป็นต้น
  1. ความแม่นยำของโจทย์อีกหนึ่งคุณภาพสำคัญที่ช่วยให้สถาบันกวดวิชาเหล่านั้นถูกกล่าวถึงคือ โจทย์หรือแบบฝึกหัดที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในเชิงปริมานคือย้อนหลังหลายๆปีมีความหลากหลาย และเชิงคุณภาพคือมีความยากระดับหนึ่งแต่ตรงหรือใกล้เคียงกับสิ่งที่จะออกสอบในอนาคต
  1. จำนวนสาขาที่เปิดเป็นหลักการง่ายๆ ที่บ่งบอกถึงความนิยมที่มีต่อสถาบันกวดวิชาเหล่านั้นเพราะที่มีของการขยายสาขาก็คือการตอบโจทย์ความต้องการของน้องๆ ในแต่ละพื้นที่นั่นเอง
  1. กระแสปากต่อปาก … สถาบันกวดวิชาแห่งไหนที่เพื่อน หรือ รุ่นพี่-รุ่นน้อง พูดถึงกันอยู่บ่อยๆหรือมักจะเอามุมดีมาแชร์ต่อให้ฟังทั้งในออฟไลน์ (คุยกันนั่นแหละ) หรือ ออนไลน์ แสดงว่าที่นั่นนะแหละเป็นโรงเรียนกวดวิชายอดฮิต
  1. การปฏิสัมพันธ์ในโลกออนไลน์ … ดูการสนทนาพูดถึง การแสดงความเห็นและการโต้ตอบที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสถาบันกวดวิชาเหล่านั้น เช่น หน้าเพจเฟซบุ๊ค มีผู้ติดตามและการโต้ตอบสนทนาเยอะไหมหรือในเว็บกลางต่างๆ เขาพูดถึงกวดวิชาแห่งนั้นว่าอย่างไรบ้าง
  1. จำนวนนักเรียน … วิธีการง่ายที่สุดแต่ชัดเจนที่สุดคือจำนวนผู้เข้าเรียนกวดวิชากับสถาบันนั้นๆยิ่งมีมากก็ยิ่งฮิตมาก นั่นเอง