เจาะสนาม A-Level คณิต 1 วิเคราะห์ข้อสอบ & เคล็ดลับคว้าคะแนนทะลุเป้า

เจาะสนาม A-Level คณิต 1 วิเคราะห์ข้อสอบ & เคล็ดลับอัปคะแนน

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ คลิกเลย!

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ คลิกเลย!

สวัสดีครับน้อง ๆ พี่เอ๋ – เดอะเบรน มารายงานตัวแล้วครับ!

ถ้าพูดถึงวิชา “ปราบเซียน” ในสนาม TCAS คงหนีไม่พ้น A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 ที่หลายคนแค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกท้อ แต่บอกเลยว่า “หยุดกังวลก่อน!” วันนี้พี่จะมาชวนคุยแบบเจาะลึกเกี่ยวกับข้อสอบ A-Level คณิต 1 วิเคราะห์กันเน้น ๆ เลยว่ามันยากตรงไหน จุดไหนต้องเน้น จุดไหนต้องระวัง อยากทำข้อสอบทันต้องทำยังไง เพื่อให้น้อง ๆ วางแผนและเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจที่สุดครับ

A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 คืออะไร

A-Level (Applied Knowledge Level) คือ การสอบเพื่อวัดความรู้เชิงวิชาการที่เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้ในระดับชั้น ม.ปลาย ครับ โดยคะแนนส่วนนี้สำคัญมากสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะใช้ยื่นในระบบ TCAS ได้ถึง 3 รอบ ได้แก่

  • รอบที่ 2 : Quota (โควตา)
  • รอบที่ 3 : Admission (รับตรงร่วมกัน)
  • รอบที่ 4 : Direct Admission (รับตรงอิสระ)

แล้วหนึ่งในรายวิชาสอบของ A-Level ก็คือ คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 หรือ A-Level 61 Math1 ที่ข้อสอบจะออกครอบคลุมเนื้อคณิตศาสตร์ ม.ปลาย ทุกบท ทั้งคณิตพื้นฐานและคณิตเพิ่มเติม น้อง ๆ ที่เล็งคณะสายวิทยาศาสตร์และกลุ่มวิทย์สุขภาพ ส่วนใหญ่ต้องใช้คะแนนสอบวิชานี้ครับ

ผ่าโครงสร้างข้อสอบ A-Level คณิต 1 ออกอะไรบ้าง

ก่อนลงสนามจริง พี่ขอพาน้อง ๆ ไปรู้จักกับข้อสอบ A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 ก่อนว่าหน้าตาเป็นยังไง? ข้อสอบวิชานี้ มีทั้งหมด 30 ข้อ ให้เวลาทำ 90 นาที และคะแนนเต็ม 100 คะแนน

รูปแบบข้อสอบ

  1. ปรนัย 5 ตัวเลือก : 25 ข้อ (คะแนนเต็ม 75 คะแนน)
  2. ระบายคำตอบที่เป็นตัวเลข : 5 ข้อ (คะแนนเต็ม 25 คะแนน)

สัดส่วนเนื้อหาที่ออกสอบ

ข้อสอบ A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 แบ่งเนื้อหาคณิตศาสตร์ ม.ปลาย ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้

  • สาระจำนวนและพีชคณิต ( 15 – 17 ข้อ) : เซต, ตรรกศาสตร์, จำนวนจริงและพหุนาม, ฟังก์ชัน, ฟังก์ชัน Expo-Log, ฟังก์ชันตรีโกณมิติ, จํานวนเชิงซ้อน, เมทริกซ์, ลําดับและอนุกรม
  • สาระการวัดและเรขาคณิต (3 – 5 ข้อ) : เรขาคณิตวิเคราะห์, เวกเตอร์ในสามมิติ
  • สาระสถิติและความน่าจะเป็น (6 – 8 ข้อ) : สถิติ, การแจกแจงความน่าจะเป็นเบื้องต้น, หลักการนับเบื้องต้น, ความน่าจะเป็น
  • สาระแคลคูลัส (2 – 4 ข้อ) : แคลคูลัสเบื้องต้น

ชี้เป้า! บทไหนต้องเก็บ vs บทไหนเทได้

บทง่าย (ต้องเก็บ!)

  • บทง่ายที่สุดคือ ตรรกศาสตร์, เซต, เมทริกซ์ : วิเคราะห์จากข้อสอบ 3 ปีล่าสุด (ปี 66-68) 
  • แนะนำให้เก็บเพิ่ม : จำนวนจริง, ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน, สถิติ, ฟังก์ชัน Expo-Log, เวกเตอร์

บทคะแนนเยอะ (ต้องแม่น!)

  • สถิติ, ตัวแปรสุ่มและการแจกแจงความน่าจะเป็น : ข้อสอบปีล่าสุดออก 4 ข้อ ถ้าฝึกทำข้อสอบเก่าก็มีโอกาสเก็บคะแนนเพิ่ม
  • แคลคูลัส, ลำดับอนุกรม : ออกบทละประมาณ 3 ข้อ ความยากระดับกลาง ๆ ควรเก็บให้ได้
  • วิธีนับและความน่าจะเป็น : บทยากแต่สำคัญ

บทปราบเซียน (ไม่ทันค่อยเท!)

  • ตรีโกณมิติ : เนื้อหาเยอะมาก แต่ออกแค่ประมาณ 2 ข้อ
  • จำนวนเชิงซ้อน : ยากเป็นอันดับต้น ๆ และออกน้อย (บางปีออกแค่ 1 ข้อ)

💡 คำแนะนำจากพี่เอ๋ : น้อง ๆ ที่เตรียมตัวสอบ A-Level คณิต 1 ควรเก็บเนื้อหาให้ครบทุกหัวข้อที่มีในหนังสือเรียนครับ เพราะบางบทเรียนที่เราข้ามไปอาจถูกหยิบมาออกข้อสอบและกลายเป็นจุดตัดสินคะแนนได้

ข้อสอบ A-Level คณิต 1 ยากจริงไหม

A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 อาจจะเป็นวิชาที่ยากสำหรับน้อง ๆ ส่วนใหญ่ครับ เพราะถ้าดูจากสถิติคะแนนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 66 – 68) จะอยู่ที่ประมาณ 19 – 21 คะแนน และจำนวนคนที่ทำคะแนนได้เกิน 70 คะแนนก็มีไม่เยอะด้วย

ซึ่งความยากไม่ได้มาจากเนื้อหาเพียงอย่างเดียว เพราะข้อสอบวิชานี้…

  • “เวลาทำจำกัด” น้อง ๆ จะมีเวลาทำเฉลี่ยเพียงข้อละ 3 นาทีเพื่อให้เก็บครบทุกข้อ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นข้อสอบแนว Speed Test ที่ต้องคิดเร็ว + ทำเร็ว
  • “เดาแนวทางยาก” ข้อสอบหลายข้อเป็นโจทย์แนวใหม่ที่ไม่ซ้ำแพทเทิร์นเดิมในแต่ละปี หรือน้อง ๆ ไม่เคยเจอมาก่อน แล้วต้องคิดวิเคราะห์ใหม่ในเวลาที่จำกัด

A-Level คณิต 1 เทียบกับข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอดีต ยากหรือง่ายกว่ากัน

น้อง ๆ หลายคนอยากรู้ว่าข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย วิชาคณิตศาสตร์ ตั้งแต่ยุคอดีต – ปัจจุบัน สนามไหนยากที่สุด! พี่จัดอันดับข้อสอบโดยเรียงจาก ง่ายที่สุด ไป ยากที่สุด (ตามประสบการณ์และความเห็นส่วนตัว) ดังนี้ครับ

  1. O-NET : ออกเนื้อหาคณิตพื้นฐาน โจทย์ไม่ซับซ้อนมาก
  2. คณิตศาสตร์ 1 วิชาสามัญ : แนวทางใกล้เคียง A-Level แต่ซับซ้อนน้อยกว่า
  3. A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 : ยากใกล้เคียงข้อสอบวิชาสามัญ แต่ภาพรวมค่าเฉลี่ยคะแนนต่ำกว่า (คนทำได้น้อยกว่า) และมีโจทย์บางบทที่ยากขึ้น
  4. A-NET : ไม่ได้เน้นโจทย์ปัญหาเท่า PAT1 แต่เนื้อหาซับซ้อนกว่า
  5. PAT1 : ยากที่สุดแบบไร้ข้อกังขา เป็นโจทย์แนวประยุกต์และโจทย์ปัญหาที่มีเรื่องราวซับซ้อนกว่าข้อสอบสนามอื่น ๆ

💡 คำแนะนำจากพี่เอ๋ : ข้อสอบ A-Level คณิต 1 อาจเดาทางยากและมีเวลาทำจำกัดมาก แต่อย่าเพิ่งตกใจกันไปนะ! ถ้าน้อง ๆ รู้จักข้อสอบและเตรียมตัวมาอย่างดี ก็มีโอกาสเก็บคะแนนได้ไม่ยากครับ

วิเคราะห์แนวข้อสอบ A-Level คณิต 1 โดยพี่เอ๋ - เดอะเบรน

แนวการออกข้อสอบ A-Level คณิต 1 เหมือนกันทุกปีไหม

บางหัวข้ออาจมีแพทเทิร์นการออกข้อสอบที่คล้ายกัน และพอจะเก็งได้ว่าต้องเจอในข้อสอบ แต่ก็มีบางส่วนที่เก็งไม่ได้ว่าจะออกหัวข้อไหน เพราะข้อสอบ A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 มักจะแต่งโจทย์ใหม่แบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนเพื่อวัดการวิเคราะห์ครับ

จุดที่ข้อสอบชอบหลอก

ข้อสอบไม่ได้หลอก แต่โจทย์ชอบออกจุดที่น้อง ๆ คาดไม่ถึงหรือเตรียมตัวไปไม่ครบ เช่น บางปีข้อสอบออกเรื่องการเลื่อนกราฟ (บทความสัมพันธ์และฟังก์ชัน) หรือจู่ ๆ ก็เอาเรื่องพาราโบลามาออกสอบ เป็นต้น

จุดที่ทำให้พลาดคะแนน

ในการสอบวิชาคณิตศาสตร์สนามไหนก็ตาม น้อง ๆ ส่วนใหญ่มักจะพลาดตรง “ทำไม่ทัน” และ “ทำไม่ได้” ครับ

  • ทำไม่ทัน : ข้อสอบให้เวลาทำจำกัด หลายคนจึงทำไม่ทัน เก็บโจทย์ได้ไม่ครบ
  • ทำไม่ได้ : เตรียมตัวไม่ตรงแนวข้อสอบ หรือไปเจอโจทย์ที่ยากกว่าที่เคยฝึกทำมา

ตัวอย่างข้อสอบ A-Level คณิต 1 พร้อมเฉลย

วางแผนอ่าน A-Level คณิต 1 ยังไงให้ตรงจุด

เริ่มเตรียมตัวตอนไหนดีที่สุด

พี่มองว่าขึ้นอยู่กับคณะที่น้อง ๆ อยากสอบเข้าและจำนวนวิชาสอบทั้งหมดครับ แต่ดีที่สุดคือ ควรมีเวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 1 ปี หรือเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ก่อนขึ้น ม.6

โดยเฉพาะน้องที่จะสอบเข้าคณะสาย กสพท (แพทย์, ทันตะ, เภสัช, สัตวแพทย์) ที่ต้องสอบหลายวิชา ก็ควรรีบเก็บเนื้อหาคณิต ม.ปลาย ให้ครบตั้งแต่ช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ พอเปิดเทอม ม.6 จะได้มีเวลาทบทวนและฝึกทำโจทย์มากขึ้น เป็นต้น

ถ้าพื้นฐานไม่แน่น ควรเริ่มยังไง

  1. เช็กคณะเป้าหมาย : ต้องมั่นใจก่อนว่าคณะที่อยากเข้าต้องใช้คะแนน A-Level คณิต 1 จริง ๆ วางแผนและเผื่อเวลาติววิชานี้เยอะหน่อย
  2. เก็บบทพื้นฐานก่อน : อย่าอ่านสะเปะสะปะ ให้เริ่มจากเก็บเนื้อหาบทพื้นฐานก่อน เพื่อทบทวนความรู้และต่อยอดไปสู่บทอื่น ๆ ที่ยากขึ้นได้

ถ้าพื้นฐานดีอยู่แล้ว ควรเริ่มยังไง

  1. วิเคราะห์สัดส่วนบทออกสอบ : ดูว่าบทไหนออกสอบเยอะหรือน้อย เพื่อวิเคราะห์น้ำหนักคะแนน
  2. วางแผนการติว : จัดตารางแบ่งเวลาเพื่อทบทวนเนื้อหาและฝึกทำโจทย์ให้ได้ครบทุกบท
  3. ทำ Checklist : เช็กหัวข้อสำคัญของแต่ละบท เพื่อตรวจสอบว่าเก็บครบหรือยัง
  4. จับเวลาทำข้อสอบ : ก่อนสอบจริงอย่างน้อย 1 เดือน น้อง ๆ ควรต้องฝึกทำโจทย์แบบจับเวลา

เป้าหมายคะแนน 50 Up vs 70 Up เตรียมตัวต่างกันยังไง

  • เป้าหมายคะแนน 50 Up : เน้นบทถนัดและบทออกเยอะเพื่อเพิ่มโอกาสเก็บคะแนน รวมทั้งวางแผนฝึกทำโจทย์ด้วยตัวเองเยอะ ๆ และเลือกโจทย์ให้ตรงแนวข้อสอบ
  • เป้าหมายคะแนน 70 Up : ต้องรู้ขอบเขตของข้อสอบทั้งหมดว่าออกบทไหน / ออกเรื่องอะไร เก็บเนื้อหาและฝึกทำโจทย์ให้ครบทุกบท ทั้งบทออกเยอะ บทถนัด หรือบทที่ไม่ถนัด เพื่อไม่ให้พลาดคะแนน

เคล็ดลับการฝึกทำโจทย์ให้ตรงสนามจริง

ควรเลือกโจทย์แบบไหนมาฝึกทำ

โจทย์ต้องไม่ยากหรือง่ายกว่าระดับข้อสอบจริง ซึ่งก็คือ ข้อสอบเก่า ครับ ข้อสอบที่พี่แนะนำให้หยิบมาฝึกทำมี 7 ฉบับ ได้แก่

  • ข้อสอบ A-Level คณิต 1 ปี 66, 67, 68 (3 ฉบับนี้สำคัญที่สุด!)
  • ข้อสอบคณิตศาสตร์ 1 วิชาสามัญ ปี 64, 65
  • ข้อสอบ PAT1 ปี 64, 65

💡 คำแนะนำจากพี่เอ๋ : ข้อสอบตั้งแต่ปี 64 เป็นต้นมาคือหลักสูตรใหม่ ถ้าน้อง ๆ อยากลองทำข้อสอบที่เก่ากว่านั้น ต้องระวังว่าเนื้อหาอาจจะยังเป็นหลักสูตรเก่าที่ไม่ออกสอบแล้วครับ

ต้องทำโจทย์กี่ข้อ - ทำข้อสอบย้อนหลังกี่ปีถึงจะพอ

แนะนำให้ฝึกทำข้อสอบเก่า 7 ฉบับตามที่พี่บอกไปให้ครบก่อนครับ หลังจากนั้นค่อยฝึกทำข้อสอบเก่าปีอื่น ๆ ให้ได้เยอะที่สุด แต่ต้องไม่หลุดแนวข้อสอบที่กำลังจะสอบด้วยนะ

ฝึกทำโจทย์แยกทีละบท หรือคละบทดีกว่ากัน

ช่วงแรกพี่แนะนำให้ฝึกทำโจทย์แบบแยกทีละบทก่อน เพื่อสร้างลำดับขั้นของการทบทวนที่สอดคล้องกันครับ หลังจากเก็บโจทย์ครบทุกบทแล้ว ค่อยขยับมาฝึกทำโจทย์แบบคละบท เพื่อให้เหมือนสถานการณ์วันสอบจริง

เทคนิคการบริหารเวลาในห้องสอบ (วันสอบจริง)

แบ่งเวลาทำข้อสอบยังไงให้ทัน

ใช้ กฎ 10 ข้อ ต่อ 30 นาที ครับ ให้แบ่งเวลาทำข้อสอบเป็นส่วน ๆ เพื่อเช็กว่าตอนนี้น้อง ๆ ทำข้อสอบเร็วหรือช้ากว่าปกติ จะได้เร่งสปีดเพื่อให้เก็บข้อสอบได้ครบทั้งฉบับ และอย่าลืมเผื่อเวลาสำหรับทบทวนคำตอบด้วยนะ

ควรทำเรียงข้อหรือข้ามข้อที่ทำไม่ได้ไปก่อน

น้องที่เตรียมตัวดีและมีความฟิตสูง

  • เปิดดูพาร์ต 2 ก่อน : เพราะเป็นโจทย์แบบเติมคำตอบที่มีคะแนนสูงถึงข้อละ 5 คะแนน
  • สแกนและลุยข้อง่าย : มองหาข้อที่มองปุ๊บแล้วรู้ว่าทำได้ หรือตรงกับแนวที่เตรียมมา แล้วลงมือทำข้อเหล่านั้นก่อนทันที
  • ไล่ทำข้อสอบพาร์ต 1 : เก็บแต้มจากพาร์ต 2 ครบแล้ว ค่อยกลับมาเริ่มทำข้อสอบพาร์ต 1 แบบไล่ทำไปทีละข้อ

น้องที่พื้นฐานยังไม่แน่น

  • เช็กพาร์ต 2 คร่าว ๆ : เริ่มต้นด้วยการเปิดดูข้อสอบพาร์ต 2 ก่อนว่ามีข้อไหนที่เราทำได้บ้าง
  • เน้นพาร์ต 1 เป็นหลัก : ถ้าข้อสอบพาร์ต 2 ดูแล้วยากเกินไป ให้รีบกลับมาทำพาร์ต 1 ซึ่งง่ายกว่า เพราะเป็นข้อสอบปรนัยแบบมีตัวเลือก
  • เลือกทำข้อที่มั่นใจก่อน : กวาดสายตาดูโจทย์พาร์ต 1 แล้วเลือกทำข้อที่มั่นใจหรือเตรียมมาอย่างดีให้ครบก่อน แล้วค่อยกลับมาเก็บข้อที่ข้ามไป

💡 คำแนะนำจากพี่เอ๋ : ในวันสอบจริงหากไปเจอข้อที่มองโจทย์ไม่ออก หรือเริ่มรู้สึกว่าจมอยู่กับข้อนั้นนานเกินไป ให้นึกเสมอว่า โจทย์ 1 ข้อควรใช้เวลาไม่เกิน 3 นาที หากเกินกว่านี้ต้องรีบข้ามไปทำข้ออื่นต่อทันทีครับ

ตั้งเป้าคะแนน A-Level คณิต 1 เท่าไหร่ ถึงจะ “ปลอดภัย” สำหรับยื่น TCAS

การตั้งเป้าคะแนน A-Level คณิต 1 ขึ้นอยู่กับคณะ / มหาวิทยาลัยที่น้อง ๆ เลือกครับ เช่น

  • ตั้งเป้า 70 คะแนนขึ้นไป : สำหรับคณะกลุ่ม กสพท. มหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ (จุฬาฯ, ศิริราช, รามาฯ)
  • ตั้งเป้า 60 คะแนน : สำหรับคณะอันดับต้น ๆ ที่มีการแข่งขันสูง ที่ไม่ใช่คณะกลุ่ม กสพท.
  • ตั้งเป้า 55 คะแนน : สำหรับคณะกลุ่ม กสพท. มหาวิทยาลัยทั่วไป

ติว A-Level คณิต 1 กับ “เดอะเบรน” เตรียมพร้อมลงสนามสอบ TCAS อย่างมั่นใจ

ยิ่งรู้จักข้อสอบดีเท่าไร ยิ่งมีโอกาสทำคะแนนได้มากขึ้น! น้อง ๆ คงรู้แล้วว่า A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 ไม่ได้วัดแค่ความเข้าใจด้านเนื้อหาเท่านั้น แต่เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้และความเร็วในการทำข้อสอบให้ทันเวลาด้วย ซึ่งปัญหายอดฮิตที่เด็ก ม.6 เจอกันแทบทุกปีคือ ไม่รู้ว่าจุดไหนสำคัญ, อ่านครบแต่ทำไม่ทัน, ฝึกโจทย์ยากมาเยอะแต่ดันทำข้อสอบจริงไม่ได้ สุดท้ายเลยได้คะแนนต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้

ถ้ารู้สึกว่าอ่านเองแล้วยังไม่ตรงจุด ฝึกทำข้อสอบเก่าแล้วกลัวไม่ตรงแนว หรือยังไม่รู้จะวางแผนติวยังไงให้คะแนนพุ่ง พี่เอ๋แนะนำให้สมัคร คอร์สติว A-Level คณิต 1 กับ WE BY THE BRAIN ได้เลยครับ

สมัครคอร์สนี้ดีอย่างไร?

ครบจบในคอร์สเดียว คว้าคะแนน 70 Up : สรุปเนื้อหากระชับ เน้นประเด็นสำคัญที่ออกสอบจริง ช่วยประหยัดเวลาทบทวน

เก็งแม่นตรงแนวข้อสอบจริง : จัดเต็มทั้งข้อสอบเก่าและข้อสอบเก็งกว่า 3,400 ข้อ พร้อมเฉลยละเอียด

เตรียมพร้อมลุยข้อสอบแนว Speed Test : สอนเทคนิคการทำโจทย์ทั้งวิธีตรงและวิธีลัด ช่วยให้ทำโจทย์แนวประยุกต์ได้และทำข้อสอบไวขึ้น

อัปเดตข้อสอบปีล่าสุด For DEK70 โดยเฉพาะ

📅 ช่วงเวลาที่แนะนำ : เหมาะที่สุดที่จะเริ่มเรียนช่วงซัมเมอร์ก่อนขึ้น ม.6 หรือถ้าน้อง ๆ คนไหนอยากเผื่อเวลาเตรียมตัวก็สามารถลงเรียนช่วง ม.5 เทอม 2 ได้

รีวิวน้อง ๆ DEK WE พิชิตคะแนนปัง A-Level คณิต 1

น้อง ๆ ที่สนใจสมัครติว A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 กับ “เดอะเบรน” สามารถ กดปุ่ม Add Line ด้านล่างเพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนการเรียนกับ “พี่วีวี่” ได้เลย ❤︎

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ
“A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1”

เฉลี่ยแล้วควรใช้เวลาทำโจทย์ 1 ข้อ ไม่เกิน 3 นาที

แนะนำให้ข้ามข้อที่มองไม่ออกว่าต้องทำยังไง หรือลงมือทำแล้วอยู่กับข้อนั้นนานเกิน 3 นาที แต่ก็ยังคิดไม่ออก

ในมุมมองของพี่ A-Level คณิต 1 ข้อสอบไม่ได้ยากมาก แต่เป็นแนว Speed Test ที่ต้องทำโจทย์แข่งกับเวลา การฝึกโจทย์ยากอาจช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ แต่อย่าลืมว่า “ทำได้” ไม่เท่ากับ “ทำได้และทำเร็ว” น้องควรเอาเวลาไปฝึกทำโจทย์ที่ตรงสนามสอบให้คล่องและครบทุกบทจะดีกว่า

Picture of อ.วิเศษ กี่สุขพันธ์ (พี่เอ๋)

อ.วิเศษ กี่สุขพันธ์ (พี่เอ๋)

ปริญญาตรี-โท วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประสบการณ์การสอน 24 ปี

บทความแนะนำ

Top
ทดลองเรียนทดลองเรียนโปรโมชันโปรโมชันรับคำแนะนำรับคำแนะนำ

🔥จับคู่ 2 วิชาลด 20%🔥