สรุปเวกเตอร์ ม.5 | สูตรสำคัญ & ตัวอย่างโจทย์ TCAS พร้อมเฉลยละเอียด

สรุปเนื้อหาเวกเตอร์ ม.5 พร้อมสูตรสำคัญและตัวอย่างโจทย์ อ่านเข้าใจง่าย

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ คลิกเลย!

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ คลิกเลย!

เวกเตอร์ ม.5 ถือเป็นบทขนาดกลางและมีความยากระดับปานกลางใน คณิตศาสตร์ ม.ปลาย ซึ่งที่ผ่านมาข้อสอบสอบเข้ามหาวิทยาลัย วิชาคณิตศาสตร์ จะออกบทนี้ทุกปี ปีละ 2 ข้อครับ

เนื้อหาบทเวกเตอร์นี้ จะพูดถึงทั้งเวกเตอร์ 2 มิติ และเวกเตอร์ 3 มิติ โดยหัวข้อหลัก ๆ ที่น้องต้องทำความเข้าใจ “พี่เอ๋ – เดอะเบรน” สรุปมาให้เป็น 3 หัวข้อดังนี้

  1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเวกเตอร์ เช่น นิยามต่าง ๆ, การบวกลบเวกเตอร์, การเท่ากันของเวกเตอร์, การสร้างเวกเตอร์, เวกเตอร์ 1 หน่วย, การขนานกันและตั้งฉากกันของเวกเตอร์ เป็นต้น
  2. ผลคูณเชิงสเกลาร์ (Scalar product or Dot product)
  3. ผลคูณเชิงเวกเตอร์ (Cross product) และการหาพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยม, สี่เหลี่ยม ตลอดจนปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน

พูดง่าย ๆ ว่า ถ้าบทนี้น้อง ๆ เข้าใจนิยามและความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเวกเตอร์, Dot เวกเตอร์ได้ และ Cross เวกเตอร์เป็น น้องก็จะเก็บคะแนนบทนี้ได้ไม่ยากเลย

วันนี้พี่เอ๋มี สรุปเนื้อหาเวกเตอร์ ม.5 มาแจกให้น้อง ๆ ได้อ่านทวนก่อนสอบ โดยสรุปให้ครบถ้วนทั้งหัวข้อและสูตรสำคัญ พร้อมตัวอย่างข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเฉลยละเอียด ตามมาดูกันเลยครับ 😁

ดูคลิปติวฟรี : สรุปเรื่องเวกเตอร์ ม.5 By พี่เอ๋

ความรู้พื้นฐานที่ควรรู้เกี่ยวกับเวกเตอร์

เริ่มต้นบทเวกเตอร์ในเนื้อหาคณิตศาสตร์ ม.5 น้อง ๆ จะได้เรียนเรื่อง ความรู้พื้นฐานที่ควรทราบเกี่ยวกับเวกเตอร์ ครับ

ปริมาณเวกเตอร์ (vector quantity)

ปริมาณเวกเตอร์ คือ ปริมาณที่มีทั้งขนาดและทิศทาง เมื่อต้องกล่าวถึงปริมาณเวกเตอร์จะต้องระบุทั้งขนาดและทิศทางจึงจะได้ความหมายที่ชัดเจน เช่น แรง, การกระจัด, น้ำหนัก, ความเร็ว, ความเร่ง เป็นต้น

ปริมาณเวกเตอร์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า เวกเตอร์ จะแทนด้วย ส่วนของเส้นตรงที่มีหัวลูกศร (directed segment) โดย ความยาว ของส่วนของเส้นตรงบอกถึง ขนาดของเวกเตอร์ และ หัวลูกศร บอกถึง ทิศทางของเวกเตอร์

จากรูปจะแสดงเวกเตอร์จาก  A  ไป  B  อ่านว่า เวกเตอร์ เอบี เขียนแทนด้วย  \overrightarrow{AB} \: , \; \overset{\rightharpoonup}{AB} \: , \; \overline{AB}  หรืออาจใช้สัญลักษณ์อื่นแทน เช่น  \overline{u}

  • โดยเรียก  A  ว่า  จุดเริ่มต้น (initial point)  ของเวกเตอร์
  • และเรียก  B  ว่า  จุดสิ้นสุด (terminal point)  ของเวกเตอร์

ขนาดของเวกเตอร์

ขนาดเวกเตอร์ คือ ความยาวของเวกเตอร์ เขียนแทนด้วย  \left|\overline{AB}\right|  หรือ  \left|\overline{u}\right|

เวกเตอร์ศูนย์

เวกเตอร์ศูนย์ (zero vector) คือ เวกเตอร์ที่มีขนาดเป็นศูนย์ เขียนแทนด้วย  \overline{0}  หรือ  \overset{\rightharpoonup}{0}  (จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดอยู่ที่จุดเดียวกัน)

** โดยทั่วไปจะไม่กล่าวถึง ทิศทางของเวกเตอร์ศูนย์ นะครับ**

เวกเตอร์ที่ขนานกัน

\overline{u}  และ  \overline{v}  ที่เป็นเวกเตอร์ขนานกัน จะแบ่งได้ 2 กรณี คือ

1) เวกเตอร์ทั้งสองมีทิศเดียวกัน

2) เวกเตอร์ทั้งสองมีทิศตรงข้าม

\overline{u}  ขนานกับ  \overline{v}  เขียนแทนด้วย  \overline{u} \: // \: \overline{v}

เวกเตอร์ที่เท่ากัน

\overline{u}  เท่ากับ  \overline{v}  ก็ต่อเมื่อ เวกเตอร์ทั้งสองมีขนาดเท่ากันและมีทิศทางเดียวกัน ดังรูป

จากรูป  \overline{u}  และ  \overline{v}  มีทิศเดียวกันและ  \left| \overline{u}\right| \: = \: \left|\overline{v}\right|  เขียนแทนด้วย  \overline{u} \: = \: \overline{v}

❤︎ ขนาดเท่ากัน ทิศเดียวกัน

นิเสธของเวกเตอร์

นิเสธของ  \overline{u}  คือ เวกเตอร์ที่มีขนาดเท่ากับขนาดของ  \overline{u}  แต่มีทิศทางตรงข้ามกับทิศทางของ  \overline{u}  เขียนแทนด้วย  -\overline{u}  ดังรูป

จากรูป นิเสธของ  \overline{u}  คือ  -\overline{u} \; ,  นิเสธของ  \overline{AB} \: = \: -\overline{AB} \: = \: \overline{BA}

❤︎ ขนาดเท่า ทิศตรงข้าม

การคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์

ให้  a  เป็นสเกลาร์ และ  \overline{u}  เป็นเวกเตอร์ ผลคูณของเวกเตอร์  \overline{u}  กับสเกลาร์  a  เขียนแทนด้วย  a\overline{u}  โดยที่

  1. ถ้า  a \: = \: 0  แล้ว  a\overline{u} \: = \: \overline{0}
  2. ถ้า  a > 0  แล้ว  a\overline{u}  จะมีขนาดเท่ากับ  \left|a\right| \left|\overline{u}\right|  และมีทิศเดียวกับ  \overline{u}
  3. ถ้า  a < 0  แล้ว  a\overline{u}  จะมีขนาดเท่ากับ  \left|a\right| \left|\overline{u}\right|  แต่มีทิศตรงข้ามกับ  \overline{u}

สมบัติการคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์

ให้  \overline{u}  และ  \overline{v}  เป็นเวกเตอร์ใด ๆ ในระนาบ  a  และ  b  เป็นจำนวนจริง (สเกลาร์)

  1. a\overline{u}  เป็นเวกเตอร์ในระนาบ   (สมบัติปิด)
  2. a(b\overline{u}) \: = \: (ab)\overline{u}   (สมบัติการเปลี่ยนกลุ่ม)
  3. (a+b)\overline{u} \: = \: a\overline{u} + b\overline{u}   (สมบัติการแจกแจง)
    a(\overline{u} + \overline{v}) \: = \: a\overline{u} + a\overline{v}
  4. 1\overline{u} \: = \: \overline{u}  และ  0\overline{u} \: = \: \overline{u}0 \: = \: \overline{0}

การบวกเวกเตอร์

หัวข้อต่อมาในคณิตศาสตร์ ม.ปลาย บทเวกเตอร์ น้อง ๆ จะได้เรียนเรื่อง การบวกเวกเตอร์ ครับ ไม่ว่าจะเป็นการบวกเวกเตอร์แบบต่าง ๆ รวมถึงสมบัติการบวกเวกเตอร์ที่น้อง ๆ ต้องรู้

การบวกเวกเตอร์แบบหางต่อหัว

ให้ยึดหลัก “หางต่อหัว ลากเส้นปิด ทิศลัพธ์อยู่ที่หัว”

❤︎ ข้อสังเกต

จะเห็นว่า  \overline{u} + \overline{v} \: = \: \overline{v} + \overline{u}

แสดงว่า การบวกกันของเวกเตอร์สามารถสลับที่ได้

การบวกเวกเตอร์แบบหางต่อหาง

ให้ยึดหลัก “หางต่อหาง สร้างสี่เหลี่ยมด้านขนาน เวกเตอร์ลัพธ์ทแยงมุมผ่ากลาง”

สมบัติการบวกเวกเตอร์

ให้  \overline{u} \: , \;  \overline{v}  และ  \overline{w}  เป็นเวกเตอร์ใด ๆ ในระนาบ

  1. \overline{u} + \overline{v}  เป็นเวกเตอร์ในระนาบ   (สมบัติปิด)
  2. \overline{u} + \overline{v} \: = \: \overline{v} + \overline{u}   (สมบัติการสลับที่)
  3. \overline{u} + \left( \overline{v} + \overline{w} \right) \: = \: \left( \overline{u} + \overline{v} \right) + \overline{w}   (สมบัติการเปลี่ยนกลุ่มได้)
  4. \overline{0} + \overline{u} \: = \: \overline{u} + \overline{0} \: = \: \overline{u}   (สมบัติการมีเอกลักษณ์)
  5. \overline{u} + \left( -\overline{u} \right) \: = \: \left( -\overline{u} \right) + \overline{u} \: = \: \overline{0}   (สมบัติการมีอินเวอร์ส)
  6. ถ้า  \overline{u} \: = \: \overline{v} แล้ว \overline{w} + \overline{u} \: = \: \overline{w} + \overline{v}   (สมบัติการบวกด้วยเวกเตอร์ที่เท่ากัน)

การลบเวกเตอร์

พอเรียนเรื่องการบวกเวกเตอร์แล้ว หัวข้อต่อมาที่น้อง ๆ จะได้เจอในบทนี้ก็คือ การลบเวกเตอร์ แบบต่าง ๆ ครับ

การลบเวกเตอร์แบบกลับทิศตัวติดลบ

ให้ยึดหลัก “การลบเวกเตอร์ คือ การบวกเวกเตอร์ แต่กลับทิศตัวติดลบ”

การลบเวกเตอร์แบบหางต่อหาง

ให้ยึดหลัก “หางต่อหาง ลากเส้นปิด ทิศลัพธ์อยู่ที่ตัวตั้ง”

Concept สำคัญที่ต้องรู้ในเรื่องเวกเตอร์

สำหรับ  \overline{u}  และ  \overline{v}  ที่ต่างไม่เท่ากับ  \overline{0} \: , \; \overline{u} \: // \: \overline{v}  ก็ต่อเมื่อ

มีจำนวนจริง  a  ที่ไม่เท่ากับศูนย์ ที่ทำให้  \overline{u} \: = \: a\overline{v}

โดย  a > 0  เมื่อ  \overline{u}  มีทิศเดียวกับ  \overline{v}

a < 0  เมื่อ  \overline{u}  มีทิศตรงข้าม  \overline{v}

เวกเตอร์หนึ่งหน่วยใน 2 มิติ และ 3 มิติ

เวกเตอร์หนึ่งหน่วย (unit vector) คือ เวกเตอร์ที่มีขนาด 1 หน่วย เมื่อต้องการหาเวกเตอร์ที่มีขนาด 1 หน่วย และมีทิศเดียวกันกับ  \overline{u}

จะสามารถหาได้จาก เวกเตอร์หนึ่งหน่วยทิศเดียวกับ  \overline{u} \: = \: \hat{u} \: = \: \frac{\overline{u}}{\lvert \overline{u} \rvert}

และเมื่อต้องการหาเวกเตอร์ที่ขนานกับเวกเตอร์  \overline{u}  และมีขนาดตามที่ต้องการ

เช่น  เวกเตอร์ที่มีขนาด 3 หน่วย มีทิศเดียวกันกับ  \overline{u}

จะได้ว่า เวกเตอร์ดังกล่าว คือ  3\frac{\overline{u}}{\lvert \overline{u} \rvert}

หากต้องการเวกเตอร์ที่มีขนาด 5 หน่วย มีทิศตรงกันข้ามกับ  \overline{u}

จะได้ว่า เวกเตอร์ดังกล่าว คือ  -5\frac{\overline{u}}{\lvert \overline{u} \rvert}

แสดงว่า

เวกเตอร์ 2 หน่วยทิศเดียวกับ  \overline{u}  คือ  2\frac{\overline{u}}{|\overline{u}|}

เวกเตอร์ 3 หน่วยทิศเดียวกับ  \overline{u}  คือ  3\frac{\overline{u}}{|\overline{u}|}

\vdots\\{}

เวกเตอร์  a  หน่วยทิศเดียวกับ  \overline{u}  คือ  a\frac{\overline{u}}{|\overline{u}|}

เวกเตอร์ 1 หน่วยทิศเดียวกับ \overline{u} คือ -\frac{\overline{u}}{|\overline{u}|}

เวกเตอร์ 2 หน่วยทิศเดียวกับ \overline{u} คือ -2\frac{\overline{u}}{|\overline{u}|}

\vdots\\{}

เวกเตอร์ a หน่วยทิศเดียวกับ \overline{u} คือ -a\frac{\overline{u}}{|\overline{u}|}

เวกเตอร์ 1 หน่วยตามแนวแกน x, y และ z

\overline{i}  คือ เวกเตอร์ 1 หน่วย ชี้ไปตามแกน  + \: x

\overline{j}  คือ เวกเตอร์ 1 หน่วย ชี้ไปตามแกน  + \: y

\overline{k}  คือ เวกเตอร์ 1 หน่วย ชี้ไปตามแกน  + \: z

การสร้างเวกเตอร์เมื่อทราบพิกัดจุดปลายและจุดตั้งต้นของเวกเตอร์

ในการสร้างเวกเตอร์ เมื่อทราบพิกัดจุดปลายและจุดตั้งต้น ไม่ว่า 2 มิติ หรือ 3 มิติ จะใช้หลัก ปลาย – ตั้งต้น

❤︎ สำหรับเวกเตอร์ใน 2 มิติ

\overline{u} \: // \: \overline{v}  เมื่อ  m_{\overline{u}} \: = \: m_{\overline{v}}  (ขนานกัน ความชันเท่า)

\overline{u} \: \perp \: \overline{v}  เมื่อ  m_{\overline{u}} \: \cdot \: m_{\overline{v}} \: = \: -1   (ตั้งฉากกัน ผลคูณความชันเป็น -1)

สมบัติการเท่ากันของเวกเตอร์ การบวกเวกเตอร์ การลบเวกเตอร์ การคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ และเวกเตอร์ศูนย์

เวกเตอร์ใน 2 มิติ

เวกเตอร์ใน 3 มิติ

สมบัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบวก, ลบเวกเตอร์ใน 2 มิติ และ 3 มิติ

ให้  \overline{u} \: , \; \overline{v}  และ  \overline{w}  เป็นเวกเตอร์ใด ๆ ใน 2 มิติ หรือ 3 มิติ โดย  \alpha \: , \; \beta  เป็นจำนวนจริง

  1. \alpha \left( \overline{u} \pm \overline{v}) \: = \: \alpha \overline{u} \pm \alpha \overline{v}
  2. \left( \alpha \pm \beta \right) \overline{u} \: = \: \alpha \overline{u} \pm \beta \overline{u}
  3. {\lvert \overline{u} + \overline{v} \rvert} \leq {\lvert \overline{u} \rvert} + {\lvert \overline{v} \rvert}

ผลคูณเชิงสเกลาร์ (scalar product หรือ dot product)

เมื่อ  \overline{u} \cdot  \overline{v}  คือ ผลคูณเชิงสเกลาร์  \overline{u}  และ  \overline{v}  (ผลลัพธ์ที่ได้เป็นสเกลาร์) จะสามารถหาได้ 2 วิธี คือ

วิธีที่ 1

วิธีที่ 2

ตัวอย่างที่ 1

ตัวอย่างที่ 2

สมบัติเกี่ยวกับการ dot vector ใน 2 มิติ และ 3 มิติ

  1. \overline{i} \cdot \overline{i} \: = \: \overline{j} \cdot \overline{j} \: = \: \overline{k} \cdot \overline{k} \: = \: 1
  2. \overline{i} \cdot \overline{j} \: = \: \overline{j} \cdot \overline{k} \: = \: \overline{i} \cdot \overline{k} \: = \: 0   ( \overline{i} \: , \; \overline{j}  และ   \overline{k}  ตั้งฉากซึ่งกันและกัน)
  3. \overline{u} \cdot \overline{v} \: = \: \overline{v} \cdot \overline{u}  (สมบัติการสลับที่)
  4. m\left( \overline{u} \cdot \overline{v} \right) \: = \: \left( m\overline{u} \right) \cdot \overline{v} \: = \: \overline{u} \cdot \left( m\overline{v} \right)
  5. \overline{u} \cdot \left( \overline{v} \pm \overline{w} \right) \: = \: \overline{u} \cdot \overline{v} \pm \overline{u} \cdot \overline{w}  (สมบัติการแจกแจง)
  6. \overline{u} \cdot \overline{u} \: = \: {\lvert \overline{u} \rvert}^2
  7. ถ้า  \overline{u} \: , \; \overline{v} \: \neq \: \overline{0}  จะได้ว่า  \overline{u}  ตั้งฉากกับ  \overline{v}  ก็ต่อเมื่อ  \overline{u} \cdot \overline{v} \: = \: 0

SPECIAL DOT FORMULA

❤︎ Note

ถ้า  \lvert \overline{u} + \overline{v} \rvert \: = \: \lvert \overline{u} - \overline{v} \rvert  แล้วจะได้ว่า  \overline{u} \perp \overline{v}  และ  \overline{u} \cdot \overline{v} \: = \: 0

Projection vector ใน 2 มิติ และ 3 มิติ

Proj_{\overline{v}}\overline{u}  คือ  Projection  ของ  \overline{u}  บน  \overline{v}  ( \overline{v}  เป็นฉาก)

Proj_{\overline{u}}\overline{v}  คือ  Projection  ของ  \overline{v}  บน  \overline{u}  ( \overline{u}  เป็นฉาก)

ตัวอย่างที่ 3

ตัวอย่างที่ 4

ตัวอย่างที่ 5

ภาพฉายของจุดบนระนาบต่าง ๆ

ถ้าเราลากเส้นผ่านจุด  P(x \: , \; y \: , \; z)  ให้ขนานแกน  z  ไปตัดกับระนาบ  xy  จะได้จุดตัดมีพิกัดเป็น  Q(x \: , \; y \: , \; 0)  เรียกจุดนี้ว่าเป็นภาพฉายของจุด  P  บนระนาบ  xy

ในทำนองเดียวกันจะเรียกจุด  R(0 \: , \; y \: , \; z)  ว่าเป็นภาพฉายของ  P  บนระนาบ  yz  และเรียกจุด  S(x \: , \; 0 \: , \; z)  ว่าเป็นภาพฉายของจุด  P  บนระนาบ  xz

การหาจุดกึ่งกลางระหว่างจุดสองจุดในระบบพิกัดฉาก 3 มิติ

ถ้า  \overline{P}  เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างจุด  A(x_1 \: , \; y_1 \: , \; z_1)  และจุด  B(x_2 \: , \; y_2 \: , \; z_3)

จะได้  \overline{P} \: = \: \left( \frac{x_1 + x_2}{2} \: , \; \frac{y_1 + y_2}{2} \: , \; \frac{z_1 + z_2}{2} \right)

การหาจุดตัดของเส้นมัธยฐานของสามเหลี่ยม ABC ในระบบพิกัดฉาก 3 มิติ

ถ้า  \overline{C}  เป็นจุดตัดของเส้นมัธยฐาน  A(x_1 \: , \; y_1 \: , \; z_1)  และ  B(x_2 \: , \; y_2 \: , \; z_2)

และ  C(x_3 \: , \; y_3 \: , \; z_3)  จะได้  \overline{C} \: = \: \left( \frac{x_1 + x_2 + x_3}{3} \: , \; \frac{y_1 + y_2 + y_3}{3} \: , \; \frac{z_1 + z_2 + z_3}{3} \right)

การหาระยะห่างระหว่าง 2 จุด

โคไซน์แสดงทิศทาง (direction cosine)

จากรูป  \overline{OP} \: = \: a\overline{i} + b\overline{j} + c\overline{k}

โคไซน์แสดงทิศทางของเวกเตอร์  \overset{\rightharpoonup}{OP}  หาได้ดังนี้

\cos\alpha \: = \: \frac{a}{\lvert \overline{OP} \rvert}

\cos\beta \: = \: \frac{b}{\lvert \overline{OP} \rvert}

\cos\gamma \: = \: \frac{c}{\lvert \overline{OP} \rvert}

เมื่อ    \alpha  คือ มุมระหว่าง  \overline{OP}  กับ  \overline{i}

\beta  คือ มุมระหว่าง  \overline{OP}  กับ  \overline{j}

\gamma  คือ มุมระหว่าง  \overline{OP}  กับ  \overline{k}

❤︎ เกร็ดความจริง! เกี่ยวกับโคไซน์แสดงทิศทาง

  1. ถ้า  \alpha \: , \; \beta \: , \; \gamma  เป็นมุมระบุทิศทางของเวกเตอร์
    จะได้ว่า  {cos^2}\alpha + {cos^2}\beta + {cos^2}\gamma \: = \: 1
  2. ถ้าเวกเตอร์คู่ใดมีโคไซน์แสดงทิศทางชุดเดียวกัน แสดงว่า เวกเตอร์คู่นั้นมีทิศเดียวกัน ถ้าเวกเตอร์คู่ใดมีโคไซน์แสดงทิศทางในแต่ละแกนเป็นจำนวนที่ตรงข้ามกัน แสดงว่าเวกเตอร์คู่นั้นมีทิศทางตรงข้ามกัน

ตัวอย่างที่ 6

ผลคูณเชิงเวกเตอร์ (cross product หรือ vector product)

การหาผลคูณเชิงเวกเตอร์

ให้  \overline{u} \: = \: \begin{bmatrix} u_1 \\ u_2 \\ u_3 \end{bmatrix} \: = \: u_1 \overline{i} + u_2 \overline{j} + u_3 \overline{k}  และ  \overline{v} \: = \: \begin{bmatrix} v_1 \\ v_2 \\ v_3 \end{bmatrix} \: = \: v_1 \overline{i} + v_2 \overline{j} + v_3 \overline{k}

\overline{u} \times \overline{v}  คือ การหาผลคูณเชิงเวกเตอร์  \overline{u}  กับ  \overline{v}  (ผลลัพท์ที่ได้เป็นเวกเตอร์)

\overline{u} \times \overline{v} \: = \: \begin{bmatrix} \overline{i} & \overline{j} & \overline{k} \\[4pt] u_1 & u_2 & u_3 \\[4pt]  v_1 & v_2 & v_3 \end{bmatrix} \: = \: \begin{bmatrix} u_2 & u_3 \\[2pt] v_2 & v_3 \end{bmatrix} \overline{i} - \begin{bmatrix} u_1 & u_3 \\[2pt] v_1 & v_3 \end{bmatrix} \overline{j} + \begin{bmatrix} u_1 & u_2 \\[2pt] v_1 & v_2 \end{bmatrix} \overline{k}

ตัวอย่างที่ 7

ทิศทางของเวกเตอร์ผลลัพธ์จากการ cross product

ขั้นตอนการหาทิศของ cross product

น้อง ๆ สามารถหาทิศทางของ  \overline{u} \times \overline{v}  และ  \overline{v} \times \overline{u}  ได้โดยใช้กฎมือขวา

ขั้นที่ 1

  • แบมือขวาออกโดยให้นิ้วทั้งสี่ (นอกจากนิ้วหัวแม่มือ) ชี้ไปทางเดียวกัน และให้นิ้วหัวแม่มือตั้งฉากกับนิ้วอื่น ๆ

ขั้นที่ 2

  • ถ้าตอนแรกพุ่งนิ้วทั้งสี่ตามทิศของ  \overline{u}  แล้วพับนิ้วทั้งสี่เข้าหาทิศของ  \overline{v}  นิ้วหัวแม่มือจะชี้ทิศของ  \overline{u} \times \overline{v}
  • ถ้าตอนแรกพุ่งนิ้วทั้งสี่ตามทิศของ  \overline{v}  แล้วพับนิ้วทั้งสี่เข้าหาทิศของ  \overline{u}  นิ้วหัวแม่มือจะชี้ทิศของ  \overline{v} \times \overline{u}

❤︎ จากการสังเกต

จะเห็นว่า \overline{u}  และ  \overline{v}  เป็นเวกเตอร์ที่ไม่ขนานกัน

จะได้ว่า  \overline{u} \times \overline{v}  และ  \overline{v} \times \overline{u}  เป็นเวกเตอร์ที่ตั้งฉากกับระนาบที่ผ่าน  \overline{u}  และ  \overline{v}

(พูดง่าย ๆ  \overline{u} \times \overline{v}  ตั้งฉากกับ  \overline{u} \: , \; \overline{v}  และ  \overline{v} \times \overline{u}  ตั้งฉากกับ  \overline{u} \: , \; \overline{v})

และจะเห็นว่า  \overline{u} \times \overline{v}  และ  \overline{v} \times \overline{u}  มีทิศทางตรงข้ามกัน

ดังนั้น  \overline{u} \times \overline{v} \: = \: -\left( \overline{v} \times \overline{u} \right)

❤︎ เกร็ดความจริง

ถ้า  \overline{u} \: , \; \overline{v}  และ  \overline{w}  เป็นเวกเตอร์ที่อยู่บนระนาบเดียวกัน แล้ว  \overline{u} \cdot \left( \overline{v} \times \overline{w} \right) \: = \: 0

การหาขนาดของ u × v

ให้  \overline{u}  และ  \overline{v}  เป็นเวกเตอร์ในระบบพิกัดฉากสามมิติ โดย  \overline{u} \neq \overline{0}  และ  \overline{v} \neq \overline{0}

จะได้ว่า  \lvert \overline{u} \times \overline{v} \rvert \: = \: \lvert \overline{u} \rvert \lvert \overline{v} \rvert \sin\theta  เมื่อ  \theta  เป็นขนาดของมุมระหว่าง  \overline{u}  และ  \overline{v}

โดยที่  0°  ≤  θ  ≤  180°

สมบัติเกี่ยวกับการ cross vector

ให้  \overline{u} \: , \;  \overline{v}  และ  \overline{w}  เป็นเวกเตอร์ใด ๆ ในสามมิติ และ  m  เป็นจำนวนจริงใด ๆ

  1. \overline{i} \times \overline{j} \: = \: \overline{k} \: , \; \quad \overline{j} \times \overline{i} \: = \: -\overline{k}
    \overline{j} \times \overline{k} \: = \: \overline{i} \: , \; \quad \overline{k} \times \overline{j} \: = \: -\overline{i}
    \overline{k} \times \overline{i} \: = \: \overline{j} \: , \; \quad \overline{i} \times \overline{k} \: = \: -\overline{j}
  2. \overline{i} \times \overline{i} \: = \: \overline{0}
    \overline{j} \times \overline{j} \: = \: \overline{0}
    \overline{k} \times \overline{k} \: = \: \overline{0}
  3. \overline{u} \times \overline{v} \: = \: - \left( \overline{v} \times \overline{u} \right)
  4. \overline{u} \times \overline{u} \: = \: \overline{0}
  5. \left( r \overline{u} \right) \times \left( s \overline{v} \right) \: = \: rs \left( \overline{u} \times \overline{v} \right)
  6. m \left( \overline{u} \times \overline{v} \right) \: = \: \left( m \overline{u} \right) \times \overline{v} \: = \: \overline{u} \times \left( m \overline{v} \right)
  7. \overline{u} \times \left( \overline{v} \pm \overline{w} \right) \: = \: \overline{u} \times \overline{v} \pm \overline{u} \times \overline{w}
  8. \left( \overline{u} \pm \overline{v} \right) \times \overline{w} \: = \: \overline{u} \times \overline{w} \pm \overline{v} \times \overline{w}
  9. \overline{u} \cdot \left( \overline{v} \times \overline{w} \right) \: = \: \left( \overline{u} \times \overline{v} \right) \cdot \overline{w}
  10. \left( \overline{u} \times \overline{v} \right) \cdot \overline{w} \: = \: \left( \overline{v} \times \overline{w} \right) \cdot \overline{u} \: = \: \left( \overline{w} \times \overline{u} \right) \cdot \overline{v}

การใช้เวกเตอร์ในการหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน

พื้นที่  ◻  ด้านขนาน   =  ฐาน × สูง

\lvert \overline{u} \rvert \lvert \overline{v} \rvert \sin\theta

พื้นที่  ◻  ด้านขนาน   =  \lvert \overline{u} \times \overline{v} \rvert

❤︎ ข้อสังเกต

พื้นที่  ∆  ที่แรเงา   =  \frac{1}{2}  พื้นที่  ◻  ด้านขนาน

พื้นที่  ∆  ที่แรเงา   =  \frac{1}{2} \lvert \overline{u} \times \overline{v} \rvert

ตัวอย่างที่ 8

ตัวอย่างที่ 9

การใช้เวกเตอร์ในการหาปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน

ปริมาตร   =  พื้นที่ฐาน \times สูง

= \lvert \overline{v} \times \overline{w} \rvert \lvert \overline{u} \rvert \lvert \cos\theta \rvert

= \lvert \overline{u} \rvert \lvert \overline{v} \times \overline{w} \rvert \lvert \cos\theta \rvert

= \lvert \lvert \overline{u} \rvert \rvert \overline{v} \times \overline{w} \lvert \cos\theta \rvert

ปริมาตร   =  \lvert \overline{u} \cdot \left( \overline{v} \times \overline{w} \right) \rvert

กำหนดทรงสี่เหลี่ยมด้านขนานมี  \overline{u} \: , \; \overline{v}  และ  \overline{w}  เป็นด้าน

ถ้ากำหนด  \overline{u} \: = \: \begin{bmatrix} u_1 \\ u_2 \\ u_3 \end{bmatrix}, \quad \overline{v} \: = \:  \begin{bmatrix} v_1 \\ v_2 \\ v_3 \end{bmatrix}  และ  \overline{w} \: = \: \begin{bmatrix} w_1 \\ w_2 \\ w_3 \end{bmatrix}  จะได้ว่า

ปริมาตรของรูปทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน  = \: \begin{vmatrix} \begin{bmatrix} u_1 & u_2 & u_3 \\ v_1 & v_2 & v_3 \\ w_1 & w_2 & w_3 \end{bmatrix}  \end{vmatrix}

ถ้า  \overline{u} \: , \; \overline{v}  และ  \overline{w}  อยู่บนระนาบเดียวกัน

สามารถอ้างได้ว่า ปริมาตร = \: 0\left( \lvert \overset{\rightharpoonup}{u} \cdot \left( \overset{\rightharpoonup}{v} \times \overset{\rightharpoonup}{w} \right) \rvert = 0 \right)

ตัวอย่างที่ 10

ตัวอย่างข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย พร้อมเฉลย วิชาคณิตศาสตร์ - เวกเตอร์

เอาล่ะ! หลังจากทบทวนเนื้อหาและเช็กจุดสำคัญของบทเวกเตอร์ ม.5 กันแล้ว พี่มี ตัวอย่างข้อสอบสอบเข้ามหาวิทยาลัย วิชาคณิตศาสตร์ บทเวกเตอร์ มาให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้แนวโจทย์และวิธีแก้โจทย์กันครับ

โจทย์เวกเตอร์ พร้อมเฉลย - ข้อที่ 1

โจทย์เวกเตอร์ พร้อมเฉลย - ข้อที่ 2

โจทย์เวกเตอร์ พร้อมเฉลย - ข้อที่ 3

โจทย์เวกเตอร์ พร้อมเฉลย - ข้อที่ 4

โจทย์เวกเตอร์ พร้อมเฉลย - ข้อที่ 5

ติวคณิตศาสตร์ ม.5 กับ WE BY THE BRAIN พร้อมพิชิตเกรด 4 และสนามสอบเข้ามหาวิทยาลัย

จบกันไปแล้วนะครับ กับ สรุปเนื้อหาเวกเตอร์ ม.5 อย่างที่พี่ได้บอกไว้ในตอนต้นบทความว่า ถ้าน้อง ๆ อยากจะเรียนบทเวกเตอร์ให้เข้าใจและทำข้อสอบได้ ก็ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจนิยามและความรู้พื้นฐาน รวมทั้งฝึกทำโจทย์เยอะ ๆ เพื่อเพิ่มความชำนาญในการทำข้อสอบด้วย

สำหรับน้อง ๆ ที่เรียนบทเวกเตอร์ไม่เข้าใจ หรืออยากจะติวเสริมเพิ่มความมั่นใจไปอีกขั้น พี่ขอแนะนำ คอร์สคณิตศาสตร์ ม.5 เทอม 1 รวมทุกบท ที่ สรุปเนื้อหาแบบกระชับ เข้าใจง่าย พาตะลุยโจทย์ให้ได้ฝึกฝนทำข้อสอบหลากหลายแนว พร้อมเรียนรู้เทคนิคทริกลัดช่วยให้แก้โจทย์ได้ไวขึ้น ใครอยากคว้าเกรด 4 วิชาคณิตศาสตร์ หรือต้องการปูความรู้พื้นฐานสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในสนามสอบ TCAS ห้ามพลาดเด็ดขาดเลย!

สมัครคอร์สนี้ดียังไง?

ในคอร์สนี้สรุปเนื้อหาแบบกระชับเข้าใจง่าย พี่ ๆ ติวเตอร์จะช่วยปูพื้นฐานให้อย่างละเอียด

พร้อมพาฝึกทำโจทย์อย่างเข้มข้นเป็นขั้นตอนไล่ระดับ ตั้งแต่ง่าย – ปานกลาง – ยาก ที่เป็นข้อสอบแข่งขันจากสนามสอบต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ

เสริมด้วยเทคนิคลัดที่จะช่วยให้น้อง ๆ สามารถทำข้อสอบปรนัยได้ไวขึ้น และใช้ได้จริงในห้องสอบ

รีวิวน้อง ๆ DEK WE คว้าเกรด 4 คณิตศาสตร์ ม.ต้น - ม.ปลาย

❝ เรียนออนไลน์ง่าย สะดวก ทุกที่ทุกเวลา ❞

  • เรียนคณิตออนไลน์ผ่านแอป WE PLUS ONLINE
  • จัดสรรเวลาเรียนตามต้องการ
  • ถามโจทย์หรือปัญหาต่าง ๆ กับติวเตอร์เดอะเบรนได้โดยตรง
  • พี่ ๆ ติวเตอร์จะตอบคำถามด้วยตนเองและตอบกลับน้อง ๆ ภายใน 24 ชั่วโมง

น้อง ๆ ที่สนใจสมัครติวคณิตศาสตร์ ม.5 กับ “เดอะเบรน” สามารถ กดปุ่ม Add Line ด้านล่างเพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนการเรียนกับ “พี่วีวี่” ได้เลย ❤︎

Picture of อ.วิเศษ กี่สุขพันธ์ (พี่เอ๋)

อ.วิเศษ กี่สุขพันธ์ (พี่เอ๋)

ปริญญาตรี-โท วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประสบการณ์การสอน 24 ปี

บทความแนะนำ

Top
ทดลองเรียนทดลองเรียนโปรโมชันโปรโมชันรับคำแนะนำรับคำแนะนำ

🔥จับคู่ 2 วิชาลด 20%🔥