เป็นความบังเอิญหรืออย่างไรไม่ทราบนะคะ อยู่ดีๆพี่วีวี่ก็รู้สึกว่าการใช้ชีวิตที่โรงเรียนกวดวิชามันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับการวิ่งมาราธอนเสียเหลือเกิน … ไม่ใช่ในแง่ความเหนื่อยเท่านั้นนะ แหม่ๆๆแต่ 2 สิ่งนี้ มีจุดร่วมของแก่นแห่งความสำเร็จบางประการที่ซ่อนอยู่ … ว่าแล้วก็ลองดูกันเลย

  1. การเตรียมความพร้อมก่อนการวิ่งมาราธอนเราต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ควรพักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนวันวิ่ง เช่นเดียวกับการเรียนกวดวิชาที่เราก็ต้องรู้จักการพักผ่อนที่พอเหมาะ ความอ่อนล้าจนเกินไปจะทำให้เราใช้ศักยภาพทางสมองได้ไม่เต็มที่
  1. การวางแผนล่วงหน้านักวิ่งมาราธอนที่ดีจะวางแผนล่วงหน้าด้วยการฝึกซ้อมมาอย่างยาวนาน สำรวจเส้นทางการวิ่ง ประเมินความพร้อมและความสามารถของตัวเอง ค้นหาจุดแข็งและจุดอ่อน มองหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ตนเองวิ่งถึงเส้นชัยโดยไม่ถอดใจกลางทาง เช่นเดียวกับการตัดสินใจให้โรงเรียนกวดวิชาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตวัยเรียนของเรา ที่เราจะต้องวางแผนล่วงหน้า สำรวจตัวเองว่าพร้อมหรือไม่กับการเรียนกวดวิชา แล้วจะกวดวิชาคอร์สไหน วิชาอะไร ตั้งเป้าหมายไว้ว่าเส้นชัยคือ เพิ่มเกรด สอบแอดมิชชั่น สอบตรง เป็นต้น
  1. เทคนิคการปฏิบัติวางแผนก็ส่วนหนึ่งแต่ที่สำคัญกว่าคือการปฏิบัติจริง นักวิ่งมาราธอนที่ประสบความสำเร็จจะบริหารการวิ่งตลอดเส้นทางได้อย่างลงตัว จุดไหนควรผ่อนควรเร่ง มีจุดพักดื่มน้ำก็จะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งยังเหลือแรงไว้วิ่งสปีดเข้าเส้นชัยอีกด้วย เช่นเดียวกับการลงคอร์สติวที่สถาบันกวดวิชา ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่อัดการเรียนหนักๆตั้งแต่ต้นรู้ว่าช่วงเวลาไหนควรเรียนมากหรือน้อย โค้งสุดท้ายควรเร่งทำโจทย์ให้มากๆ และต้องแบ่งเวลาพักไว้บ้าง
  1. ความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้น … ประโยชน์ของการวิ่งทางไกลคือเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายและการทำงานของหัวใจ ซึ่งไม่ต่างจากการเรียนกวดวิชาที่เพิ่มความแข็งแกร่งของสมอง การทำงานของสมอง และที่สำคัญกล้ามเนื้อมือแข็งแรงมากเพราะทำโจทย์เยอะ 555+
  1. ฝึกความอดทน … คุณบัติร่วมข้อสุดท้ายคือฝึกความอดทน เพราะทั้งการวิ่งมาราธอนและการเรียนพิเศษที่โรงเรียนกวดวิชา ถือเป็นบททดสอบความอดทนมากมาย ทั้งการมีวินัยกับตนเองการไม่รู้จักยอมแพ้ ไม่ท้อถอย จนถอดใจกลางทาง

น้องว่าคล้ายคลึงกันไหมละ … หรือคิดว่าพี่วีวี่ ก็ว่าไปนั่นแหละคะ 555+ อย่าลืม Add Facebook ติดตามบทความดีๆกันนะ https://www.facebook.com/WeByTheBrain/